blog car insurance

7 วิธีต่อประกันรถยังไง ให้ได้ราคาดีต่อใจมากที่สุด

สำหรับใครที่ใช้รถมาแล้วสักระยะ และกำลังมองหาวิธีที่จะช่วยลดค่าเบี้ยประกันรถยนต์สำหรับการต่อประกันในปีต่อ ๆ ไป วันนี้พี่หมี GoBear มี 7 วิธีต่อประกันรถยนต์ เพื่อให้ได้ราคาดีต่อใจ ที่สำคัญทำได้ง่าย ๆ ไม่ยาก มาฝากเพื่อน ๆ ครับ

 

1.ระบุชื่อและอายุของคุณบนกรมธรรม์

กรณีที่เรามีรถยนต์หนึ่งคันแต่ใช้ขับกันทั้งบ้าน ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อ คุณแม่ พี่น้อง เราก็อาจทำประกันรถโดยไม่ระบุชื่อและอายุของคนใดคนหนึ่งลงบนกรมธรรม์ใช่ไหมครับ แต่เราจะสามารถลดค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายในแต่ละปีลงไปได้มากทีเดียว หากเลือกรายชื่อของสมาชิกคนใดคนหนึ่งในบ้านที่ขับรถคันนั้นเป็นประจำ และประวัติการขับขี่มีความน่าเชื่อถือ ช่วงอายุอยู่ในวัยทำงาน เพราะการที่เราไม่ระบุชื่อและอายุของผู้ขับขี่บนกรมธรรม์ ทางบริษัทก็จะมองว่ารถมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเปลี่ยนมือผู้ขับขี่ไปเรื่อย ๆ เมื่อเราระบุให้ชัดเจน ความเสี่ยงก็จะต่ำลง ทำให้ค่าเบี้ยที่เราจะต่อประกันรถยนต์ถูกลงนั่นเอง

 

2.ติดตั้งกล้องติดรถไว้ ลดค่าเบี้ยประกันได้นะ

เพื่อน ๆ ทราบไหมครับว่า หนึ่งในวิธีลดช่วยลดค่าเบี้ยประกันรถของเราที่ง่าย และยังมีประโยชน์กับเราเองมาก ๆ ก็คือ การมีกล้องติดรถยนต์นี่เอง โดยรถยนต์ที่มีการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยสำหรับการทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ร้อยละ 5-10 ของเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ซึ่งต้องแสดงหลักฐานภาพถ่ายการติดตั้งกล้อง และ ติดไว้ตลอดระยะเวลาที่เอาประกันภัยด้วยครับ

 

car camera

 

3.ขับดีมีส่วนลด

ทางเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ระบุไว้อย่างชัดเจนเลยว่า หากมีประวัติการขับขี่ที่ดีในปีที่ผ่านมา จะได้รับการลดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ครับ

  1. กรณีขับขี่รถดีและไม่เกิดอุบัติเหตุ ผู้เอาประกันจะได้รับการลดเบี้ยประกันภัยทุกปีตั้งแต่ปีที่ 2,3,4 และ 5 ปีขึ้นไป ซึ่งส่วนลดจะลดลงในอัตรา 20%, 30%, 40% และ 50% ของเบี้ยประกันที่มีการต่ออายุตามลำดับ
  2. กรณีเกิดอุบัติเหตุ แต่ผู้เอาประกันภัยไม่ได้เป็นฝ่ายประมาท คือไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ในการต่ออายุสัญญาประกันภัยก็จะได้ลดเบี้ยประกันภัยประวัติดีเช่นเดียวกับข้อ 3.1 ครับ ขณะเดียวกันถ้าหากเพื่อน ๆ ขับไม่ดี ค่าเบี้ยประกันก็จะแพงขึ้นด้วย เพื่อน ๆ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ของ คปภ. ครับ

 

4.เลือกแผนประกันที่มีค่าเสียหายส่วนแรก

ค่าเสียหายส่วนแรก ก็คือค่าเสียหายที่เราในฐานะผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบเองเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น และสำหรับคำแนะนำในข้อนี้ก็จะเป็นผลต่อเนื่องมาจากข้อที่แล้วครับ คือ ถ้าหากเพื่อน ๆ เป็นคนที่ขับรถดี ไม่เคยมีประวัติเฉี่ยวชนหรือขอเคลมประกันใด ๆ มาก่อน เราสามารถเลือกกรมธรรม์ที่เราต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเองเยอะมากขึ้น เช่น จากกรมธรรม์เดิมเราเลือกค่าความเสียหายส่วนแรกที่ 1,000 บาท ก็เปลี่ยนมารับความเสี่ยงที่ 3,000 หรือ 5,000 บาทแทน เพื่อแลกกับค่าเบี้ยประกันรถที่ถูกลงในแต่ละปี หากเราขับรถด้วยความระมัดระวัง และมีความชำนาญในการขับขี่อยู่แล้ว โอกาสที่อาจจะมีอุบัติเหตุไม่มาก ก็สามารถเลือกวิธีนี้ได้ครับ

 

5. ขอลดทุนประกัน

ทุนประกัน ก็คือจำนวนเงินชดเชยหรือความคุ้มครองที่เราจะได้รับเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นกับรถของเรานั่นเอง ซึ่งเราสามารถต่อรองกับตัวแทนขายหรือบริษัทประกันในการขอลดทุนประกันได้นะครับ เพื่อที่จะได้จ่ายค่าเบี้ยประกันรถที่ถูกลง แต่ก็ต้องแลกมากับความระมัดระวังที่มากขึ้นทั้งในเรื่องของการขับขี่ หมั่นตรวจเช็คสภาพรถยนต์เป็นประจำ และความใส่ใจกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

 

6.เลือกซ่อมอู่ ถูกกว่า ซ่อมห้าง

ซอมอู่ ซ่อมห้าง จะเลือกแบบไหนดี? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนครับว่า “ซ่อมห้าง” ไม่ใช่นำรถไปซ่อมตามห้างสรรพสินค้านะครับ แต่มันคือการ “ซ่อมศูนย์” ที่ศูนย์รถยนต์ของยี่ห้อที่เราซื้อมานั่นเอง ข้อดีก็คือเรามั่นใจได้แน่นอนว่าเป็นอะไหล่แท้ มีความน่าเชื่อถือ แต่ก็มีข้อเสียคือต้องรอคิวนาน และใกล้ๆกับที่เราอยู่อาจไม่มีศูนย์ ตลอดจนค่าเบี้ยประกันที่แพงกว่า

ส่วนคำว่าซ่อมอู่นั้น ก็จะมีให้เลือกระหว่าง อู่รถทั่วไป หรืออู่ในเครือของบริษัทประกันรถยนต์ ซึ่งหากเราเลือกอู่ในเครือ ก็จะมีข้อดีคือไม่ต้องสำรองเงินจ่ายออกไปก่อน แต่ถ้าหากเป็นอู่ทั่วไป เราจะต้องจ่ายไปเองก่อนแล้วเอาใบเสร็จไปขอเคลมกับบริษัทประกันตามหลัง อาจมีโอกาสเบิกได้ไม่เต็มจำนวน และมีความเสี่ยงในเรื่องของอะไหล่ที่นำมาเปลี่ยนแทนของใหม่ครับ ซึ่งหากเราสามารถเลือก ซ่อมอู่ที่เป็นอู่ในเครือของบริษัทประกันได้ ก็จะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันรถลงได้พอสมควรเลยทีเดียว

 

car fix

 

7.เปรียบเทียบประกันรถยนต์ก่อนซื้อ 

เพราะประกันรถยนต์มีให้เลือกมากมายหลายประเภท การที่เราจะเลือกต่อประกันรถเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด จึงหนีไม่พ้นสิ่งสำคัญก็คือการเปรียบเทียบทั้งราคา และรายละเอียดความคุ้มครองของประกันรถยนต์แต่ละเจ้า ซึ่งตรงนี้เพื่อน ๆ อย่าลืมพิจารณาเทียบกับพฤติกรรมการขับขี่และการใช้รถยนต์ของเราเองด้วยนะครับ ว่าเราใช้รถบ่อยแค่ไหน มีขับไกล ๆ หรือไม่ เราชอบขับรถเร็ว หรือมีทักษาะความชำนาญไหนการขับขี่มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ก็เพื่อให้เพื่อน ๆ สามารถเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับตัวเองและงบประมาณได้มากที่สุดครับ 

หากเพื่อนๆ ยังลังเล ไม่รู้ว่าจะต่อประกันชั้นไหน หรือต่อประกันกับบริษัทไหนดี พี่หมีมีคำแนะนำในการเลือกต่อประกันรถยนต์มาฝาก เพื่อ ให้เพื่อนๆ ได้ราคาดีต่อใจ คุ้มค่า และตรงกับความต้องการของเพื่อน ๆ มากที่สุด เพียงคลิ๊กที่ปุ่มสีเขียวด้านล่างนี้ได้เลยครับ  

 

เปรียบเทียบ-ประกันรถยนต์