compare travel card exchange rate

พี่หมีจัดให้อัตราแลกเปลี่ยนบัตร travel card ใบไหนเด็ดสุด!

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ชอบเที่ยวต่างประเทศและซื้อของที่ต่างประเทศบ่อยๆ  วันนี้พี่หมี GoBear มีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่น่าสนใจและกำลังได้รับความนิยมมากในตอนนี้มานำเสนอ ซึ่งก็คือบัตร Travel Card นั่นเองครับ เรามาดูกันดีกว่าว่าข้อดี ข้อเสีย และเรตอัตราแลกเปลี่ยนของ Travel Card จะเป็นอย่างไร น่าใช้งานจริงหรือไม่ พร้อมกันนี้ เรายังมีบัตรเครดิตสะสมไมล์เจ๋งๆ มาแนะนำสำหรับการใช้งานต่างประเทศมาฝากอีกด้วย พร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ

 

Travel Card คืออะไร 

Travel Card (ทราเวล การ์ด) เป็นบัตรแบบ pre-paid หรือจัดอยู่ในประเภทเดียวกับบัตรเติมเงินครับ ซึ่งเราจะต้องเติมเงินลงไปในบัตรก่อนที่จะนำไปใช้ยังต่างประเทศ เมื่อเราไปถึงต่างประเทศแล้ว สามารถเข้าไปดูเรตอัตราแลกเปลี่ยนในแอพพลิเคชั่นของธนาคารที่เราใช้บัตรอยู่ พร้อมทำการแปลงเงินบาทเป็นสกุลเงินประเทศที่เราเดินทางไป (ขึ้นอยู่กับ Travel Card แต่ละใบนะครับ ว่าสามารถแลกเป็นเงินสกุลอะไรได้บ้าง) หลังจากนั้นเราก็สามารถนำบัตรนี้ไปรูดใช้จ่ายที่ประเทศนั้นได้ครับ 


จุดเด่นของบัตร Travel Card 

  • ไม่โดนชาร์จเรื่องค่าความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน 2-2.5% 
  • ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นหรืออ่อนตัวลง ก็ไม่มีผลต่อมูลค่าของสกุลเงินที่ถูกเก็บอยู่ในบัตร
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องได้เงินกลับมาเป็นเศษเหรียญ หรือธนบัตรย่อยแล้วจะแลกเงินกลับคืนไม่ได้ 
  • อัตราแลกเปลี่ยนที่เทียบเท่าหรือดีกว่าร้านแลกเงิน
  • มีความปลอดภัยสูง หากถอนหรือใช้จ่ายเกินกว่าจำนวนเงินที่แลกไว้รายการจะถูกปฏิเสธ 
  • สามารถแลกเงินในอัตราที่ดีที่สุดเก็บเข้าบัตรไว้ก่อนได้ และแลกเพิ่มได้ตามจำนวนที่ธนาคารระบุไว้ต่อวัน 


ข้อควรสังเกตของบัตร Travel Card 

  • ต้องมีบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน และตืดตั้งแอพพลิเคชั่นกับธนาคารที่เราจะทำบัตร Travel Card ด้วย
  • ใช้จ่ายได้เพียงเงินสกุลหลักประมาณ 10-15 ประเทศตามที่กำหนดไว้เท่านั้น
  • ไม่สามารถใช้กดเงินสด สอบถามยอด หรือรูดซื้อสินค้าในประเทศไทยได้ 
  • ต้องฝากเงินเข้าในบัตรก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ 
  • จำกัดวงเงินการกดเงินสดต่อวันและวงเงินใช้จ่ายผ่านเครื่องรูดบัตรต่อวัน
  • อายุการใช้งานบัตรประมาณ 2-3 ปี ซึ่งสั้นกว่าบัตรเครดิต 

 

ช้อปเมืองนอกผ่าน Travel Card เพื่อซื้อไอเท็มเด็ดๆ ยอดนิยม ใช้บัตรไหนได้เรตดีสุด!

ทีนี้ก็ถึงคราวขาช้อป ขาเที่ยวทุกคนมาฟังพี่หมีกันเลยครับ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการช้อปเมืองนอก และในช่วงที่ค่าเงินบาทกำลังแข็งสุดๆ พร้อมกระแส Travel Card ที่กำลังมาแรงแซงทางโค้งขนาดนี้ พี่หมีเลยอยากจะพามาดูว่า ถ้าเรา นำบัตร Travel Card จากสามธนาคารดังอย่าง Krungthai Travel Card, TMB All Free* และ SCB Planet นำไปช้อปเพื่อซื้อไอเท็มยอดฮิต หรือ "ของมันต้องมี" ที่หลายๆ คนว่าไว้ ได้แก่ กระเป๋าสะพาย Chanel Boy, นาฬิกา Rolex Submatiner และ รองเท้าส้นสูงสุดคลาสสิคอย่าง YSL Tribute โดยเทียบกับเรตอัตราแลกเปลี่ยน** ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น (เยน) กลุ่มประเทศเชงเก้น (ยูโร) และ ฮ่องกง (HKD) จะได้เรตและราคาประมาณเท่าไหร่ ซึ่งเราคิดจากราคาเริ่มต้นของรุ่นนั้นๆ ครับ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย ว่าแต่ละใบ เมื่อนำไปรูดซื้อของแล้ว ราคาจะต่างกันหรือเปล่า! 

หมายเหตุ: 
*TMB All Free เป็นบัตรเดบิตที่สามารถรูดซื้อสินค้าในต่างประเทศได้ภายใต้วงเงินที่เรามีในบัตร 
โดยไม่โดนชาร์จเรื่องค่าความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน 2.5% จึงถูกนำมาเปรียบเทียบในครั้งนี้ด้วยครับ 

** อัตราแลกเปลี่ยนของแต่ละธนาคารเจ้าของบัตร เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 

 

compare travel card exchange rate

 

compare travel card exchange rate - Rolex

 

compare travel card exchange rate - Chanel bag

 

compare travel card exchange rate - YSL shoes

 

บัตรเครดิตสำหรับคนชอบเที่ยวต่างประเทศ 

สำหรับคนที่ติดขัดในข้อจำกัดของ Travel Card ที่พี่หมีได้บอกไว้ ทั้งไม่อยากเติมเงินลงในบัตรก่อน อยากใช้อัตราแลกเปลี่ยนได้หลายสกุลเงินทั่วโลก และอยากซื้อของหรือใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากกว่าเงินสดที่มีอยู่ในบัตร ถ้าหายก็อายัดได้ทันทีและกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าบัตรถูกโขมยไปจริงก็ไม่ต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น บัตรเครดิตสะสมไมล์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจครับ เพราะนอกจากข้อดีที่กล่าวมาข้างต้นแล้วเราจะได้แต้มจากการใช้งาน และสามารถนำแต้มนั้นไปแลกไมล์หรือตั๋วเครื่องบินสายการบินต่าง ๆ ได้ด้วยครับ 

 

บัตรเครดิต KTC Platinum Mastercard

  • ส่วนลดตั๋วเครื่องบิน 4% จากราคาปกติ
  • คุ้มครองอุบัติเหตุการเดินทางเมื่อซื้อตั๋วผ่านบัตร 8,000,000 บาท
  • วงเงินชดเชยหากกระเป๋าเดินทางสูญหาย 40,000 บาท/ครั้ง
  • ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี
  • ทุกค่าใช้จ่าย 25 บาท ได้รับ 1 คะแนน ทั้งหมวดใช้จ่ายทั่วไป หมวดร้านอาหาร หมวดช้อปปิ้ง หมวดซุปเปอร์มาร์เก็ต หมวดการเดินทาง สถานีบริการน้ำมัน หมวดท่องเที่ยว
  • คะแนนสะสม 2,000 คะแนนแลกไมล์สายการบินได้ 1,000 ไมล์ ( 50 บาท = 1 ไมล์ )
  • บริการ lounges access ที่สนามบิน

สนใจสมัครบัตรเครดิต:  KTC Platinum Mastercard 

 

บัตรเครดิต Thanachart Diamond Visa/MasterCard Platinum

  • ใช้จ่ายหมวดสกุลเงินต่างประเทศทุกๆ 25 บาท รับคะแนนสะสม 4 เท่า  ( ทุก 6.25 บาท = 1 คะแนน)
  • รับคะแนนสะสม 3 เท่า เมื่อใช้จ่ายหมวดท่องเที่ยว รับคะแนนสะสม 2 เท่า สำหรับการใช้จ่ายหมวดร้านอาหาร 
  • รับสิทธิ์ผ่อน 0% 6 เดือน สำหรับการใช้บริการชำระรายเดือน เมื่อมียอดใช้จ่ายเป็นสกุลต่างประเทศ
  •  ทุกครั้งที่ใช้บัตรเครดิตธนชาต ไดมอนด์ ชำระค่าตั๋วเครื่องบินโดยสาร จะได้รับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุระหว่างโดยสารด้วยวงเงินสูงถึง 3,000,000 บาท
  • บริการห้องพักรับรองพิเศษ Miracle Lounge
  • เติมน้ำมันรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3.5% ทุกปั๊ม ทั่วโลก 
  • ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีปีแรก และฟรีค่าธรรมเนียม

สนใจสมัครบัตรเครดิต: Thanachart Diamond Visa/MasterCard Platinum

 

บัตรเครดิต TMB So Fast 

  • สิทธิในการคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางสูงสุด 7,000,000 บาท ต่อบัตร เมื่อชำระค่าโดยสารผ่านบัตรฯ
  • วงเงินชดเชยสูงสุด 17,500 บาท ต่อสมาชิกบัตรฯ หากเที่ยวบินหรือกระเป๋าเดินทางล่าช้า
  • วงเงินชดเชยสูงสุด 17,500 บาท ต่อสมาชิกบัตรฯ หากกระเป๋าเดินทางสูญหาย
  • ส่วนลด ณ ร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งไลฟ์สไตล์ รวมกว่า 4,000 แห่งทั่วโลก
  • ทุกการใช้จ่าย 10 บาท รับคะแนนสะสม  1 คะแนน ทั้งหมวดใช้จ่ายทั่วไป หมวดร้านอาหาร หมวดช้อปปิ้ง หมวดซุปเปอร์มาร์เก็ต หมวดการเดินทาง สถานีบริการน้ำมัน หมวดท่องเที่ยว
  • คะแนนสะสม 5 คะแนนแลกไมล์สายการบินได้ 1  ไมล์ (50 บาท = 1 ไมล์)
  • ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี

สนใจสมัครบัตรเครดิต: TMB So Fast 

 

นอกจากบัตรเครดิตสะสมไมล์ที่พี่หมีแนะนำแล้ว ยังมีบัตรเครดิตอีกมากมายหลายประเภทที่เพื่อน ๆ สามารถเลือกตามไลฟ์สไตล์ หรือการใช้งานของเราได้อีกด้วยครับ โดยเปรียบทียบคุณสมบัติของบัตรเครดิตแต่ละใบง่าย ๆ เพียงคลิกที่ปุ่มสีเขียวด้านล่างนี้เลยครับ 

Compare-Credit-Cards-in-Seconds.png