เมนู

ปิด
 รถ
car

6 สาเหตุหลัก ที่ทำให้รถอืด คันเร่งหนัก แซงลำบาก!

เมื่อตัดสินใจซื้อรถมาสักคัน ย่อมต้องใช้งานให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ซึ่งอย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าสิ่งที่ตามมาคือ การสึกหรอของรถยนต์ อย่างพวก อะไหล่เบื้องต้นที่เริ่มจะเสื่อม ทำให้ส่งผลต่อสมรรถนะรถยนต์ กำลังตก วิ่งอืดขึ้น เพราะรถยนต์ก็เหมือนคนที่ต้องการการดูแล ซ่อมแซม หรือการบำรุงรักษา จะให้แรงดีเหมือนตอนซื้อใหม่ มันก็เป็นไปไม่ได้

แต่คุณไม่ต้องกังวลวันนี้เราได้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถยนต์จาก Carro มาบอกว่าอะไรที่ทำให้รถอืด ซึ่งคุณสามารถอ่าน และเปลี่ยนอะไหล่ตามในบทความนี้ จากรถของคุณที่เริ่มอืด จะกลับมาแรงเหมือนใหม่อีกครั้งได้ไม่ยาก!

 

Air filter

- ไส้กรองอากาศ

เป็นชิ้นส่วนที่สำคัญอย่างหนึ่งในรถยนต์ หน้าที่ของไส้กรองอากาศก็เปรียบได้เหมือนกับขนจมูกของคนเรา มีไว้กรองฝุ่นละอองจากอากาศ เพื่อจะนำเอาอากาศบริสุทธิ์ ไปใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งหากกรองอากาศสกปรก อากาศที่จะผ่านเข้าเครื่องได้ก็มีน้อยลง ทำให้รถยนต์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

อีกทั้งสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้มลพิษของไอเสียเพิ่มขึ้น ไอเสียมีควันสีดำ และถ้ามีฝุ่นผงเข้าไปในเครื่องยนต์ จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นควรทำความสะอาดไส้กรองอากาศเป็นประจำ หรือตามคำแนะนำของคู่มือรถยนต์ อยู่ที่ประมาณ 2-4 หมื่น กม.

TIPS: การใช้กรองอากาศแท้ดีที่สุด เพราะกรองอากาศของเทียมที่ไม่ได้คุณภาพ แม้ไม่ได้สกปรก แต่การไหลผ่านของอากาศก็อาจไม่ได้อยู่ในเกณฑ์เทียมเท่ากับของแท้ ที่มีราคาที่แพงกว่าแต่แพงกว่าแค่หลักร้อยบาทเท่านั้น ดังนั้น การใช้ของแท้ย่อมดีกว่า

 

spark plug

- หัวเทียน

เป็นชิ้นส่วนที่มีหน้าที่จุดระเบิดส่วนผสมของอากาศ และน้ำมันเชื้อเพลิงในห้องเผาไหม้ เพื่อดันลูกสูบให้สร้างกำลังออกจากเครื่องยนต์ หากเสื่อมประสิทธิภาพลง ทำให้การจุดระเบิดในกระบอกสูบทำได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้รถอืด กำลังตก เครื่องยนต์สั่น ซึ่งตามคำแนะนำในคู่มือรถยนต์อยู่ที่ประมาณ 2-4 หมื่นกิโลเมตร

ถ้าคุณเลือกใช้หัวเทียนไม่เหมาะสม หรือหัวเทียนเริ่มมีปัญหา จะมีอาการเริ่มตั้งแต่สตาร์ทรถไม่ได้ เครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น มีพละกำลังน้อยลง เปลืองน้ำมัน เครื่องยนต์เดินไม่เรียบ ความร้อนสูงผิดปกติ ระบบไฟฟ้าต้องรับภาระมากกว่าปกติ ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว

TIPS: การเลือกซื้อหัวเทียน ควรเลือกซื้อรุ่นมาตรฐานจะดีกว่า เพราะหัวเทียนมีราคาไม่แพง

 

- คอยล์จุดระเบิด

ทำหน้าที่สร้างไฟแรงสูง โดยใช้หลักการเดียวกันกับหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งแตกต่างกันไปในเครื่องยนต์เบนซินแต่ละรุ่น วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการกระโดดของกระแสไฟที่เขี้ยวหัวเทียน เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ให้เกิดการเผาไหม้ ซึ่งหากเสื่อมประสิทธิภาพลง ทำงานจ่ายไฟไม่เต็มที่ ส่งผลให้รถอืด กำลังตก เครื่องยนต์สั่น และถ้าอาการหนัก ไฟหน้าปัดรถจะโชว์เพื่อแจ้งเตือนคุณ

อายุการใช้งานของคอยล์ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แม้คอยล์ยี่ห้อ รุ่นเดียวกัน แต่อยู่ในรถคนละคัน อายุการใช้งานก็ยังไม่เท่ากัน โดยเหตุผลหลักที่เป็นตัวแปรที่ชัดเจนที่สุด คือความร้อนของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะรถที่ติดแก๊ส คอยล์จุดระเบิดจะเสื่อมเร็วเพราะ เครื่องร้อนยนต์กว่ารถที่ใช้น้ำมัน อย่างไรก็ตามหากสามารถถ่ายเทความร้อนได้ในระดับปกติ อายุการใช้งานคอยล์ ก็จะยืนยาวขึ้นด้วย

TIPS: สามารถเช็กคอยล์จุดระเบิดเสียหรือไม่ โดยติดเครื่องยนต์แล้วใช้วิธี ยกคอยล์ ไล่ไปทีละสูบ ให้สังเกตว่ากำลังเครื่องจะตกลงไป หากสูบไหนกำลังไม่ตกแสดงว่าคอยล์จุดระเบิดสูบนั้นเสีย แต่หากเป็นเครื่องยนต์ แบบใช้จานจ่าย หากคอยล์เสีย ในลักษณะที่ไฟไม่ออกเลยจะไม่สามารถสตารท์เครื่องยนต์ได้

 

- กรองน้ำมันเชื้อเพลิง

มีหน้าที่ป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่มากับน้ำมัน และโอกาสที่น้ำมันเชื้อเพลิงจะสกปรก เช่น มีสนิม หรือมีสิ่งสกปรกปะปนอยู่ในถังเก็บน้ำมันในปั๊มน้ำมัน หรือในถังน้ำมันของรถเอง หรือช่วงที่รถสะเทือนมีการเอียงตัวก็ทำให้ตะกอนก้นถังลอยขึ้นมาปะปนกับ น้ำมันเชื้อเพลิงได้ ถ้าเราไม่มีการป้องกันตะกอน และสิ่งสกปรกเหล่านี้ก็จะไปอยู่ตามท่อทางเดิน น้ำมันทำให้หัวฉีด หรือนมหนูในคาร์บูเรเตอร์เสียหายจากการเสียดสี หรือถ้ามีสิ่งสกปรกมีขนาดใหญ่ ก็อาจจะทำให้เกิดการอุดตันได้ และหากสิ่งสกปรกสามารถหลุดลอดเข้าไปในห้องเผาไหม้ ก็อาจเป็นอันตรายต่อลูกสูบ แหวนหรือกระบอกสูบได้นั่นเอง

TIPS: วิธีเช็กที่ง่ายที่สุด คือ ทำตามคำแนะนำจากคู่มือรถดูจากคู่มือรถ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วระยะเวลาเปลี่ยนกรองเชื้อเพลิงจะอยู่ที่ 40,000 กม. ขึ้นอยู่กับรถแต่ละคัน หรืออาจสังเกตจากอาการต่างๆ ของรถก็ได้ เช่น เริ่มรู้สึกว่ารถกินน้ำมันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เวลาเร่งมักเร่งไม่ค่อยออก

 

Engine oil

- น้ำมันเครื่อง

มีหน้าที่ลดแรงเสียดทานของวัตถุชิ้นที่เสียดสีกัน ระบายความร้อนของเครื่องยนต์ เคลือบช่องว่างระหว่างผิวสัมผัส ทำความสะอาดเขม่า และเศษโลหะภายในเครื่องยนต์ ป้องกันการกัดกร่อนจากสนิมและกรดต่างๆ และป้องกันกำลังอัดของเครื่องยนต์รั่วไหล เป็นต้น

ซึ่งเมื่อใช้ไปสักพักจะมีความหนืดมากขึ้นความใสหายไป เพราะจากการเสียดสีภายในเครื่องยนต์จะมีอณูที่เกิดจากการเสียดสี เจอความร้อนเรื่อยๆ น้ำมันจะเริ่มเสื่อมสภาพ สีจะเข้มขึ้น และเมื่อหนืดมากขึ้น ก็ส่งให้กำลังรถยนต์ตกลง

ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

1.น้ำมันเครื่องเกรดธรรมดา เปลี่ยนถ่ายที่ 5,000 - 7,000 กิโลเมตร

2.น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ เปลี่ยนถ่ายที่ 7,000 - 10,000 กิโลเมตร

3.น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ เปลี่ยนถ่ายที่ 10,000 -15,000 กิโลเมตร

 

- กรองน้ำมันเครื่อง

หน้าที่ของ กรองน้ำมันเครื่อง คือ การกรองดักจับสิ่งสกปรกที่จะเข้าไปทำอันตรายการทำงานของอุปกรณ์ภายในเครื่องยนต์ เช่น เขม่าจากควัน เศษฝุ่นผง จากการเผาไหม้ สิ่งสกปรกที่ปนอยู่ในน้ำมันเครื่อง

และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ และป้องกันการสึกหรออีกด้วย และอย่างที่รู้กันดีว่า ทุกอุปกรณ์มีอายุการใช้งานของมัน เช่นเดียวกับอายุการใช้งานของกรองน้ำมันเครื่อง ซึ่งถ้าดูตามสเป็คของรถบางรุ่นแล้ว ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ไม่เกิน 20,000 กม. แต่ก็อยู่กับประเภทน้ำมันเครื่อง และ กรองน้ำมันเครื่อง ใช้ด้วย

TIPS: เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานที่ดียิ่งควรเลือกใช้ กรองน้ำมันเครื่อง ของแท้ ทางที่ดี หากเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องไปพร้อมกันทีเดียวเลย

 

เปรียบเทียบ-ประกันรถยนต์