เมนู

ปิด
ประหยัดเงิน

5 วิธีทำโทษตัวเองที่ลำบากตอนนี้ แต่สบายตอนหลัง

ไม่ว่าใครก็ต้องทำงานแลก ‘เงิน’ เพื่อเอาไปแลกเปลี่ยนกับสิ่งของที่ต้องการทั้งนั้น แต่ของดังกล่าวจะจำเป็นมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับระดับเลเวลกิเลสของแต่ละคน เชื่อว่ามีหลายครั้งที่คุณมีความคิดออมเงินแวบเข้ามาในหัว แต่มันก็ได้แค่แวบ ๆ เข้ามาแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว จะโทษใครก็ไม่ได้ ดังนั้นคนที่สมควรโดนที่สุดก็คือตัวคุณเองนี่แหละ ถ้ายังหาวิธีตัดกิเลสของตนเองไม่ได้ 5 บทลงทัณฑ์นี้คงจะสร้างความเข็ดหลาบพร้อมเปลี่ยนตัวคุณเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ได้ดีเชียวละ


บทลงโทษที่ 1 ใช้เงินมือเติบก็ต้องเสียค่าปรับสองเท่า

via GIPHY

คนเราส่วนใหญ่เงินก็จะหมดไปกับการกิน และช้อปนี่แหละ ทั้งที่เมนูบางอย่าง ของบางชิ้นมันก็สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ตอนหยิบเงินจ่ายเหมือนถูกผีเข้า แต่พอกลับถึงบ้านค่อยมาเสียใจทีหลัง ก่อนจะใช้วิธีนี้ให้มองตัวเองย้อนกลับไปก่อนว่า คุณใช้เงินหมดไปกับอะไรที่คิดว่าไร้สาระที่สุด เช่น หากเป็นเรื่องกิน ไม่ว่าคุณจะซื้อของกินไปเท่าไหร่ ก็ต้องจ่ายให้กิเลสตัวเองอีกหนึ่งเท่า กล่าวคือ วันนี้ซื้อไป 150 บาท ก็ต้องจ่ายค่าปรับให้ตัวเอง 150 บาท เป็นต้น ถ้าหมดไปกับการช้อปปิ้งซื้อไปเท่าไหร่ก็ต้องออมเงินเท่านั้นเช่นกัน แต่ถ้าคุณเป็นคนใจไม่แข็งพอ ช่วงแรกอาจทำสักครึ่งเดือนก่อนหากรับมือไหวก็ค่อยเพิ่มจำนวนวันในเดือนถัดไป


บทลงโทษที่ 2 ตัดขาตัวเองสักข้างด้วยวงเงินใช้จ่ายจำกัด

via GIPHY

อยากเลิกช้อป และกินตามใจปาก ทำได้ง่ายนิดเดียวถ้าเงินในกระเป๋ามีจำกัดจะเอาที่ไหนมาจ่ายละจริงไหม บัตรเครดิตทั้งหลายก็ปล่อยให้มันนอนเล่นอยู่บ้าน หรือปิดไปเลยก็ได้ เหลือไว้เพียงบัตรเดียวยามฉุกเฉินก็พอ หลังจากได้เงินเดือนมาให้คุณหารออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน ดังนี้

  1. ใช้จ่ายประจำวัน ให้หารจำนวนวันไว้เลย เช่น 6000/30 = 200 ทางที่ดีเอาไปแลกเป็นแบงค์ร้อยทั้งหมด ตอนเช้าค่อยหยิบใส่กระเป๋า 200 บาท ทุกวันก่อนออกจากบ้าน คิดซะว่าย้อนกลับไปสมัยเด็กที่ผู้ปกครองต้องให้เงินทุกเช้าแล้วกัน หัดนั่งรถโดยสารสาธารณะให้ชิน ถ้าฝนไม่ตกหนักดั่งฟ้ารั่วจริง ๆ ก็อย่าขึ้นแท็กซี่เลย เก็บตังไว้กินของอร่อย ๆ ดีกว่า
  2. ของใช้ส่วนตัว ได้งบมาเท่าไหร่ให้ใช้แค่นั้น ห้ามแอบเอาเงินเก็บมาใช้เด็ดขาด อยากช้อปเท่าไหร่ช้อปเลย แต่ต้องไม่เกินวงเงินนี้ ควรแบ่งเป็นกองย่อย ๆ อีก 3 กอง สำหรับต้น กลาง และปลายเดือน มิฉะนั้นอาจรู้ซึ้งถึงสำนวนไทยที่ว่า ‘พบไม้งาม เมื่อยามขวานบิ่น’ อย่างสิ้นเดือนเจอของที่อยากได้แต่ดันงบหมดนั่นเอง
  3. เงินเก็บ ตามชื่อนั่นแหละ จำไว้ว่าเงินเก็บก็ต้อง ‘เก็บ’ ห้ามเอามาใช้ จะให้ดีควรหาที่เก็บที่แม้แต่ตัวคุณเองก็เอามาใช้ลำบาก เช่น บัญชีเงินฝากที่ไม่มีบัตรกด, กล่องใส่ของราคาแพงที่มีกุญแจล็อก แต่ต้องฝากกุญแจไว้กับคนอื่น หรือหักดิบทิ้งไปเลย และสลากออมสิน ที่หากถอนก่อนเวลาต้องเสียดอกเบี้ย แต่ถ้าดวงดีก็ได้เงินเก็บเพิ่ม เป็นต้น


บทลงโทษที่ 3 เสี่ยงดวงรายวันด้วยแบงค์ 20

via GIPHY

เป็นวิธีเก็บเงินที่อาศัยดวงล้วน ๆ แต่ก็สร้างเงินก้อนได้แบบไม่รู้ตัวเช่นกัน มันก็คล้าย ๆ กับวิธีเก็บเงินด้วยแบงค์ 50 นั่นแหละ อันนี้จะฮาร์ดคอร์กว่าหน่อยเพราะคุณต้องเก็บแบงค์ 20 แทน หากคิดว่าแบงค์เล็กกว่าแล้วจะชิลกว่าละก็ บอกเลยว่าผิดถนัด ลองคิดดี ๆ สิ วัน ๆ หนึ่งคุณมีโอกาสได้แบงค์ไหนมากกว่ากัน แน่นอนว่าต้องเป็นแบงค์ 20 แต่ก็ใช่ว่าได้มาปุ๊ปแล้วเราจะแนะนำให้คุณเก็บปั๊บ เพราะซื้อของครั้งต่อไปคุณก็ต้องแตกแบงค์ใหญ่แล้วได้แบงค์ 20 กลับมาอีกเหมือนเดิม เอาเป็นว่าให้เก็บจนเหลือติดกระเป๋าไว้สัก 2 ใบ พอกลับถึงบ้านให้แยกแบงค์ที่เก็บออกจากกระเป๋าทันทีเพื่อป้องกันโรคมือไวกำเริบเผลอหยิบใช้ วิธีนี้นอกจากคุณจะได้ออมเงินทุกวันแล้ว ยังช่วยให้คุณกำจัดเหรียญหนัก ๆ ออกจากกระเป๋าได้ดีอีกด้วย เพราะถ้าเหลือแบงค์ 20 ติดกระเป๋าอยู่แค่สองใบจริง ๆ คุณคงไม่อยากแตกแบงค์ใหญ่จนได้แบงค์ 20 ให้เก็บเพิ่มหรอกจริงไหม เป็นวิธีดัดหลังตัวเองที่ได้ผลชะงัดเชียวละ


บทลงโทษที่ 4 ออมเงินน้อย ๆ ไม่ได้ ก็ออมเยอะ ๆ ด้วยทองแทน

via GIPHY

อย่าเพิ่งตกใจไป เราไม่ได้จะให้คุณซื้อทองเป็นเส้น ๆ มาเก็บหรอก เพราะนั่นอาจหมายถึงเงินเดือนของคุณทั้งเดือนเลยทีเดียว แต่ให้คุณเอาไปซื้อตะขอทองคำทุกเดือนแทน ถ้าอยากรวยเร็วก็ซื้อตะขอใหญ่หน่อย ถ้าอยากออมชิล ๆ ก็ซื้ออันเล็ก ๆ สาเหตุที่เราให้คุณซื้อตะขอ เพราะมันไม่สามารถเอามาใช้งานได้ ปลอดภัยไม่ต้องกลัวโดนปล้น แถมค่ากำเหน็ดก็ไม่สูง ถ้าจะขายคงต้องแบกหน้าไปยืนนับที่ร้านทองให้อายคนขายเล่นแล้วละ


บทลงโทษที่ 5 ทำตัวเองให้เป็นหนี้ทุกเดือน

via GIPHY

แต่เจ้าหนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นตัวคุณเองนั่นแหละ เหมาะกับคนที่เก็บเงินโดยใช้ 108 วิธีแล้วก็ยังเอาไม่อยู่ จึงต้องพึ่งวิธีผ่อนจ่ายเงินในอนาคตของตัวเองรายเดือนแทน ปัจจุบันมีแผนประกันมากมายที่ช่วยคุณออมเงินได้ในระยะยาวประมาณ 10-20 ปี แถมยามเจ็บป่วยยังไม่ต้องเสียเงินเองอีกด้วย เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว วิธีนี้คุณไม่ต้องทนหักดิบรายวันอีกแล้ว แต่ต้องจ่ายเป็นรายเดือนตามแผนประกันที่สมัครไว้ แนะนำไม่ต้องเลือกเบี้ยประกันสูง ๆ หรอกเผื่อเดือนไหนมีค่าใช้จ่ายเสริมเพิ่มขึ้นมาคุณจะได้ไม่ต้องช็อตจนเกินไป เอาแบบที่จ่ายเดือนละ 1000-2000 บาทไหวก็พอ

จริง ๆ แล้ว กุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณออมเงินได้ดีที่สุดก็คือ ‘ความมีวินัย’ หากคุณไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจต่อให้วิธีเก็บเงินนั้น ๆ จะง่ายแค่ไหน พอรวบรวมได้ก้อนเล็ก ๆ สักก้อน คุณก็ต้องหาเรื่องเอาเงินจำนวนนั้นออกมาใช้จนได้นั่นแหละ ทางที่ดีเก็บแบบลืมไปเลยไม่ต้องคิดถึง ไม่ต้องนับ และไม่ต้องอยากรู้ว่ามันมีเท่าไหร่จะดีที่สุด ลองเอาวิธีทั้ง 5 นี้ไปใช้ดู ไม่แน่ภายใน 1 ปีคุณอาจกลายเป็นเศรษฐีโดยไม่รู้ตัว แต่ขอยกเว้นวิธีที่ 5 เพราะมันเห็นผลลัพธ์ในระยะยาว เอาเป็นว่าถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่มั่นคงของตนเองแล้วกัน


ขอบคุณบทความจาก
ขนิษฐา สาสะกุล iPrice